Skinity Clinic
Monopolar RF กับ HIFU ต่างกันยังไง? รู้ไว้ก่อนเลือกทำยกกระชับผิว
บทความ

Monopolar RF กับ HIFU ต่างกันยังไง? รู้ไว้ก่อนเลือกทำยกกระชับผิว

2 พ.ค. 2025 อ่าน 3 นาที

หลายคนอาจเคยได้ยินชื่อทั้งสองเทคโนโลยีบ่อย ๆ แต่ยังไม่แน่ใจว่าแบบไหนเหมาะกับตัวเอง ทั้ง HIFU และ Monopolar RF…

หัวข้อในบทความ

HIFU กับ RF คืออะไร ต่างกันตรงไหน?

หลายคนอาจเคยได้ยินชื่อทั้งสองเทคโนโลยีบ่อย ๆ แต่ยังไม่แน่ใจว่าแบบไหนเหมาะกับตัวเอง ทั้ง HIFU และ Monopolar RF เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยยกกระชับผิวโดยไม่ต้องผ่าตัด แต่ใช้พลังงานคนละชนิด และทำงานในชั้นผิวต่างกัน

Monopolar RF คืออะไร?

Monopolar RF หรือคลื่นวิทยุแบบขั้วเดียว ใช้พลังงานความร้อนลงลึกถึงชั้นไขมันใต้ผิวหนัง ความร้อนที่เกิดขึ้นจะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ทำให้ผิวแน่นขึ้น เต่งตึงขึ้น เหมาะกับคนที่มีปัญหาผิวเริ่มหย่อนคล้อยทั่วใบหน้าแบบไม่เฉพาะจุด

จุดเด่นของ RF:

  • ให้ความรู้สึกอุ่น เจ็บน้อย
  • เหมาะกับคนที่อยากกระชับทั่วหน้า
  • ไม่ต้องพักฟื้น
  • ใช้ได้กับหลายบริเวณ เช่น หน้า ลำคอ แขน หรือหน้าท้อง

แล้ว HIFU คืออะไร? ดียังไง?

HIFU หรือ High-Intensity Focused Ultrasound ใช้พลังงานคลื่นเสียงแบบโฟกัสเฉพาะจุด ส่งลงไปลึกถึงชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับที่ใช้ในการศัลยกรรมดึงหน้า จุดนี้เองที่ทำให้ HIFU เห็นผลเรื่องยกกระชับได้อย่างชัดเจน

จุดเด่นของ HIFU:

  • ลงลึกถึงชั้น SMAS
  • ยกกระชับเฉพาะจุดได้ดี เช่น เหนียง กรอบหน้า
  • เห็นผลบางส่วนทันที และชัดเจนขึ้นใน 1–2 เดือน
  • ทำแค่ปีละ 1–2 ครั้งก็พอ
หัวข้อ Monopolar RF HIFU
พลังงานที่ใช้ คลื่นวิทยุ (Radiofrequency) คลื่นเสียงอัลตราซาวด์แบบโฟกัส
ลงลึกถึงระดับไหน ชั้นไขมันใต้ผิว ชั้น SMAS
เหมาะกับใคร ผิวหย่อนคล้อยทั่วไป ผิวหย่อนคล้อยเฉพาะจุด ชัดเจน
ผลลัพธ์ที่เด่น ผิวแน่นขึ้นทั่วบริเวณ ยกจุดที่หย่อนคล้อย เช่น ร่องแก้ม เหนียง
ความรู้สึกขณะทำ อุ่น ๆ เจ็บเล็กน้อย เจ็บผิวลึก ๆ เจ็บเล็กน้อย
ต้องพักหน้าไหม ไม่จำเป็น อาจมีบวมแดงเล็กน้อย
ความถี่ที่แนะนำ ทุก 6-12 เดือน ทุก 6–12 เดือน

เลือกทำอะไรดีไหนดี?

  • ถ้าผิวเริ่มหย่อนคล้อยทั่วไป เช่น รู้สึกหน้าไม่แน่นเหมือนเดิม แต่ยังไม่มีเหนียงหรือร่องลึกมาก → Monopolar RF จะเหมาะกว่า เพราะช่วยให้ผิวแน่นทั่วหน้า
  • ถ้ามีปัญหาจุดที่หย่อนชัดเจน เช่น เหนียง กรอบหน้าไม่ชัด หรือร่องแก้มลึก → HIFU จะช่วยยกกระชับเฉพาะจุดได้ชัดเจนกว่า

บางครั้งใช้ทั้งสองเทคโนโลยีก็สามารถเสริมกันได้ เช่น ใช้ RF เพื่อกระชับผิวทั่วหน้า แล้วใช้ HIFU เพิ่มการยกจุดที่หย่อนโดยเฉพาะ

เลือกทำอะไรดีไหนดี?

เทียบความแตกต่างระหว่าง Monopolar RF กับ HIFU

คำถามที่พบบ่อย

Monopolar RF กับ HIFU ทำพร้อมกันได้ไหม?

สามารถทำได้ โดยอาจจะเว้นระยะห่างสัก 1–2 สัปดาห์ เพื่อให้ผิวตอบสนองกับพลังงานได้อย่างเหมาะสม

ทำแล้วเห็นผลทันทีไหม?

HIFU จะเห็นผลบางส่วนทันที และค่อย ๆ ดีขึ้นใน 1–2 เดือน ส่วน RF จะค่อย ๆ ทำให้ผิวแน่นขึ้นเมื่อคอลลาเจนใหม่ถูกสร้างขึ้น

HIFU เจ็บไหม?

จะรู้สึกเหมือนโดนเจ็บผิวลึก ๆ ในบางจุด โดยเฉพาะบริเวณที่ติดกระดูก เช่น กรอบหน้า กราม สามารถใช้ยาชาเพื่อลดความเจ็บได้

สรุป

ทั้ง HIFU และ Monopolar RF มีจุดเด่นที่ตอบโจทย์คนละแบบ หากเข้าใจลักษณะการทำงานและผลลัพธ์ที่ต่างกัน จะช่วยให้เลือกวิธีที่เหมาะกับตัวเองมากขึ้น และจะทำให้ได้ผลลัพธ์ที่เราพึงพอใจที่สุด

มีคำถามเกี่ยวกับผิวของคุณ?

ปรึกษาแพทย์ Skinity เพื่อประเมินและออกแบบการดูแลเฉพาะคุณ

ปรึกษา / นัดหมาย

บทความที่เกี่ยวข้อง

Atelocollagen คืออะไร? รู้จักคอลลาเจนฟื้นฟูผิวแบบลึกกว่าที่เคย

Atelocollagen คืออะไร? รู้จักคอลลาเจนฟื้นฟูผิวแบบลึกกว่าที่เคย

ช่วงไม่กี่ปีมานี้ หลายคนอาจเริ่มได้ยินคำว่า "คอลลาเจนฉีด", "คอลลาเจนสด" หรือชื่อเชิงวิชาการอย่าง Atelocollagen มากขึ้นเรื่อย ๆ…

7 ธ.ค. 2025 · อ่าน 6 นาที
Overfilled Syndrome คืออะไร? หน้าแน่นเกินจากฟิลเลอร์ แก้และป้องกันอย่างไรดี

Overfilled Syndrome คืออะไร? หน้าแน่นเกินจากฟิลเลอร์ แก้และป้องกันอย่างไรดี

หลายคนชอบผิวอิ่มฟู หน้าดูเด็กลงจากการฉีดฟิลเลอร์ แต่บางครั้งจากคำขอ "หมอขอแน่น ๆ เลยค่ะ" อาจกลายเป็นใบหน้าที่บวม ลอย ดูไม่เป็นตัวเอง…

5 ธ.ค. 2025 · อ่าน 8 นาที
ดื้อโบ คืออะไร? ทำไมฉีดแล้วไม่ตึง ป้องกันได้อย่างไร

ดื้อโบ คืออะไร? ทำไมฉีดแล้วไม่ตึง ป้องกันได้อย่างไร

ภาวะ ดื้อโบ (Botox Resistance) คือสภาวะที่ร่างกาย ไม่ตอบสนอง ต่อสาร Botulinum toxin type A ซึ่งเป็นตัวยาในโบท็อกซ์ ทำให้ผลลัพธ์ที่ควรจะเกิด เช่น

23 พ.ย. 2025 · อ่าน 5 นาที